รู้กฎหมายหนี้ก่อนถูกเจ้าหนี้เอาเปรียบ

shutterstock_124109599การเป็นหนี้นั้นมีมากมายหลายรูปแบบ และเชื่อว่าหากเป็นไปได้คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ เพราะนอกจากภาระหนี้ที่ผูกมัดตัวเราแล้ว ยังพ่วงมาด้วยดอกเบี้ยที่เบ่งบานตามระยะเวลาที่เราเป็นหนี้ด้วย แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องเป็นหนี้ลูกหนี้อย่างเราก็ควรรู้กฎหมายเอาไว้บ้าง เพื่อเอาไว้ต่อรองกับเจ้าหนี้ที่ไม่ยุติธรรมซึ่งเราจะกล่าวต่อไปในบทความนี้

หนี้ที่คนส่วนใหญ่นิยมเป็นนั้นคือ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อบ้าน และหนี้ที่กู้ผ่านบุคคล ซึ่งที่เป็นเช่นนี้เพราะหลายคนต้องการมีเงินมาเพื่อยกกระดับฐานะของตัวเอง เช่น อยากมีบ้าน อยากมีรถ อยากใช้ของดี ๆ จึงทำให้เกิดมีการกู้ยืมขึ้น ซึ่งผู้กู้ก่อนตัดสินใจกู้ก็ควรศึกษากฎหมายบ้างดังนี้

  1. หนี้ที่กู้มาจากบุคคลทั่วไป หนี้แบบนี้เราจะเห็นได้ว่าเป็นหนี้ประเภทที่มีดอกเบี้ยค่อนข้างสูง หากกู้และไม่มีการลงนามสัญญาใด ๆ ดอกเบี้ยก็มักจะแพงและมีรูปแบบการทวงที่ไม่สุภาพ แต่หากเราเจอเจ้าหนี้ที่ยุติธรรมจะมีการร่างสัญญากันไว้อย่างชัดเจน ซึ่งในสัญญาเจ้าหนี้สามารถเก็บดอกเบี้ยจากลูกหนี้สูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ15 ต่อปี หากเกิดปัญหาฟ้องร้องกัน ก็สามารถนำสัญญาฉบับนี้มาใช่ได้ และอีกกรณีคือ หากร่างสัญญาเอาไว้ แต่ไม่มีการเขียนระบุดอกเบี้ยที่ชัดเจน หากมีการฟ้องร้อง ศาลจะเป็นคนตัดสินให้มีดอกเบี้ยอยู่ที่ ร้อยละ7.5 ต่อปี นั่นเอง
  2. กรณีหนี้บัตรเครดิต ทางบริษัทบัตรเครดิตจะมีการส่งจดหมายมาเตือนก่อนว่าคุณค้างชำระหนี้บัตรเครดิตมาแล้วเป็นระยะเวลาเท่าไร หากลูกหนี้ยังเพิกเฉยทางบริษัทก็ยังคงส่งจดหมายต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงจดหมายฉบับสุดท้าย ที่เตือนว่า ทางบริษัทบัตรเครดิตจะเริ่มทำการฟ้อง ให้ลูกค้ามาติดต่อเพื่อทำการไกล่เกลี่ยและคุยถึงเรื่องกรณีการชำระหนี้ และหากลูกหนี้ยังเพิกเฉยก็จะมีหมายศาลส่งมาที่บ้าน เมื่อนั้นลูกหนี้ก็ต้องไปเจรจาที่ศาลและต้องชำระหนี้ตามที่ธนาคารเรียกร้อง ซึ่งระหว่างที่รอขึ้นศาลนั้น หากทางธนาคารเจ้าของบัตร มีการโทรมาทวงในรูปแบบที่พูดจาไม่สุภาพ ลูกหนี้สามารถแจ้งความได้เพราะตามกฎหมาย เจ้าหนี้ไม่มีสิทธ์กระทำการแบบนี้กับลูกหนี้ และอีกประเด็นคือ หนี้บัตรเครดิตนั้นจะมีอายุความเพียงแค่ 2 ปี หากเลยมาแล้วอายุความก็จะหมด ทางธนาคารก็จะฟ้องร้องไม่ได้ แต่ลูกหนี้ก็ยังคงสภาพอยู่จนกว่าจะชำระเงินเรียบร้อย

รูปแบบหนี้ทั้งสองแบบนี้ หากใครเป็นและไม่สามารถชำระได้ไหว อาจจะมีบ้างที่เจ้าหนี้มีการทวงที่ไม่สุภาพ ดังนั้น หากรู้กฎหมายเกี่ยวกับหนี้ไว้บ้าง ก็สามารถเจรจากับเจ้านี้ได้ เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ใช่ว่าเราจะต้องเพิกเฉยต่อการชำระหนี้ เราเองก็ควรรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองเป็นเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้อง